มาดู Smart Watch ยอดนิยม กันดีกว่า

     วันนี้แอดมิน ขอนำเทรนการเลือกใช้นาฬิกาข้อมือมาฝากกันบ้างค่ะ  สมัยก่อน นาฬิกาจะทำได้เพียงดูเวลาเท่านั้น และให้ล้ำที่สุดก็คือใช้จับเวลาได้  และมีฟังก์ชั่นกันน้ำแค่นั้น  ปัจจุบันโลกก้าวกระโดเกี่ยวกับเทคโนโลยีเหล่านี้ไปไกลมากค่ะ  มีมาให้เราเลือกใช้กันมากมายหมลายรูปแบบ  แบบที่แอดมินจะนำมาเสนอนี้ เป็นที่รู้จักกันในนาม Smart Watch  เพราะนี่จะไม่ใช่แค่นาฬิการที่ใส่ดูเวลาเท่านั้นค่ะ  แต่Smart Watch  ให้คุณได้มากกว่า  เป็นเพื่อนคู่ใจของคนที่รักสุขภาพหรือการออกกำลังกายด้วยค่ะ  หรือแม้กระทั่งเตือนหรือใช้แทนมือถือก็ยังได้  เรามาดูคุณสมบัติหรือฟังก์ชั่นที่ใน Smart Watch หลายๆรุ่นมีมาให้มา กัน

  • เป็นนาฬิกาบอกเวลา จับเวลา  
  • กันน้ำลึก
  • มีระบบเชื่อมต่อกับมือถือ คอยเตือนว่ามีสายเข้า ข้อความเข้า เตือนโซเชียลแอปต่างๆ
  • วัดระดับหรือนับจำนวนการเต้นของหัวใจ
  • บอกจำนวนแคลลอรี่ที่เราใช้ไป
  • นับจำนวนก้าวการเดินหรือการวิ่ง
  • บอกรายละเอียดเกี่ยวกับการหลับ  
  • เชื่อมต่อกับแอปสุขภาพในมือถือได้อีกด้วย
  • หรือในรุ่นที่ดีๆ ยังสามารถ รับสาย พูดคุย  ฟังเพลงไปด้วยก็ยังได้เลยค่ะ 
  • ไม่ต้องเปลี่ยนถ่านอีกต่อไป ชาร์จแบตไปได้เลยค่ะ  ชาร์จ 1 ครั้งอยู่ได้นานเป็นเดือน อันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อด้วยนะคะ

ต่อไปเรามาวว่า มีรุ่นไหนที่น่าจับตามองกันบ้างค่ะ 

  • Apple Watch Series 4  การกลับมาครั้งนี้ยังเพิ่มเซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบไฟฟ้าที่จะแสดงผลการเต้นของหัวใจ รวมถึงมีระบบตรวจจับการล้ม เมื่อมีการล้มเกิดขึ้น ตัวระบบจะส่งสัญญาณไปที่ Siri เพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป ใครที่ชอบออกกำลังกายและต้องการไอเท็มสุดล้ำเป็นตัวช่วย Smart Watch แนะนำ รุ่นนี้เหมาะมาก จะซื้อเป็นของฝากผู้ใหญ่สูงวัยที่บ้าน เพื่อป้องกันหรือคอยระวังความเป็นอยู่ นาฬิกาเรือนนี้ถือว่าดีว่าเด็ด คุ้มที่สุดเมื่อเทียบประโยชน์ที่จะได้รับ   เป็น smart watch 2018 ที่แท้จริง สำหรับ “Apple Watch Series 4” ที่เพิ่งจะเปิดตัวไป พร้อมๆ กับการมาถึงของ iPhone XS, XS Max และ XR เริ่มจากดีไซน์ก่อนเลย Apple Watch Series 4 มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีเงิน สีทอง และสีเทาสเปซเกรย์ ส่วนสิ่งที่เปลี่ยนไป ก็จะมีหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม โดยจะมีสองขนาดด้วยกัน คือ 40 มม. และ 44 มม.เมื่อพลิกไปด้านหลังของตัวนาฬิกา ก็จะเป็นเซรามิกสีดำและผลึกแซฟไฟร์ ถัดมาก็เป็นปุ่ม Digital Crown ที่มีเพียงเส้นรอบวงเท่านั้นที่เป็นสีแดง ต่างจาก Apple Watch Series 3 ที่ตัวปุ่มจะเป็นสีแดงทั้งหมด ส่วนฟีเจอร์ก็มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นทำให้มองหรืออ่านสิ่งต่างๆ ได้ง่ายและชัดเจน เพิ่มเติมด้วย โปรเซสเซอร์ 64 บิตแบบ Dual-core การประมวลผลจึงเร็วขึ้นถึง 2 เท่า

  •  Huawei Watch 2  Huawei Watch 2 Classic” ค่ะ อีกหนึ่งแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันจากสมาร์ทโฟน แต่คราวนี้มาในรูปแบบของ Smart Watch จะน่าสนใจขนาดไหน เริ่มที่ดีไซน์ก่อนเลย หน้าปัดเป็นทรงกลม ดูภายนอกก็เหมือนนาฬิกาทั่วไปเหมือนของ คาสิโอ และ โนเกีย ที่เราแนะนำไป หน้าจอตัวนี้จะเป็นจอแสดงผล OLED ขนาด 1.2 นิ้ว ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass กันน้ำกันรอยได้ดีไม่ใช่เล่น ส่วนสีก็มีมาให้เลือกทั้งสีดำ Carbon Black และสีส้ม Vibrant Orange ค่ะ  ต่อกันด้วยฟีเจอร์ ก็จะมี GPS ในตัว ที่สามารถติดตามการวิ่งของเราได้แบบเรียลไทม์ มีเซนเซอร์ตรวจจับการเต้นของหัวใจขณะวิ่ง รวมถึงมีระบบตรวจสอบคุณภาพการนอน การวัดค่าความเครียด วัดความดันบรรยากาศ วัดความเร่ง วัดการหมุน และเข็มทิศอีกด้วยนะคะ แถมยังมีฟังก์ชั่นพิเศษที่ทำให้เป็นได้ทั้งนาฬิกา โทรศัพท์ในเครื่องเดียว เพราะมีการฝังซิมลงไป ช่วยให้ผู้ใช้สามารถโทรออก เข้าเว็บเซอร์วิส และสตรีมเพลงได้ เจ๋งสุดๆ ไปเลยใช่มั้ยล่ะคะ  เรื่องความจุพลังงานของแบตเตอรี่ สามารถใช้งานได้นานถึง 1 วันเต็ม อาจจะน้อยกว่ารุ่นข้างบน แต่ Huawei Watch ตัวนี้ใช้เวลาชาร์จแบตเสร็จไว แค่เพียง 100 นาทีก็เต็มแล้ว

  • Fitbit Ionic Smart Watch  Smart watch แนะนำตัวถัดมาที่ขอนำเสนอ คือ “Fitbit Ionic Smart Watch” ตัวนี้บอกเลยว่าสายเฮลตี้ห้ามพลาด มันดีมากจริงๆ ฟังก์ชั่นก็เป๊ะ ดีไซน์ก็สวย หน้าจอจะเป็นทรงสี่เหลี่ยม แต่กระจกหน้าจอจะเป็น Gorilla Glass 3 แข็งแรงทนทาน และกันรอยได้ดีเลยค่ะ   ต่อกันที่ด้านข้างของตัวนาฬิกาจะมีปุ่มควบคุม 3 ปุ่มด้วยกัน สายนาฬิกา มีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งแบบสายหนังและสายสไตล์สปอร์ตลุยๆ ด้านสีของนาฬิกาก็มีให้เลือกเยอะ ก็คือสี Charcoal & Smoke Gray, State Blue & Burnt Orange และ Blue Gray &  Silver Gray ค่ะ  ต่อจากดีไซน์ มาพูดถึงฟังก์ชั่นกันบ้างดีกว่า Fitbit Ionic Smart Watch มีจุดเด่นอยู่ที่ เช็คการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนได้ (แต่แอบเศร้านิดนึงตรงที่ไม่รองรับภาษาไทย) มีระบบเซนเซอร์สำหรับสายเฮลตี้อย่าง เซนเซอร์ตรวจจับการเต้นของหัวใจ การเคลื่อนไหว การนับก้าวเดิน การวิ่ง เป็นต้น ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ กันน้ำได้ด้วย ใส่ลงเล่นน้ำหรือออกกำลังกายในน้ำได้สบายใจเลย  จุดเด่นสุดท้ายของเจ้านาฬิกาอัจฉริยะตัวนี้ คือ แบตเตอรี่ทนมาก ใช้งานได้นานถึง 5 วันเลยทีเดียว ก็ถือเป็นอีกตัวที่ฟังก์ชั่นเป๊ะน่าจับจองนะคะ

  • Casio Pro Trek WSD-F30   Casio ก็คือ Casio ที่รักษาเอกลักษณ์เรื่องรูปทรงของสินค้าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าจะเป็น Smart Watch ก็ตาม ทำให้ นาฬิกาอัจฉริยะ ตัวนี้มีรูปทรงและภาพลักษณ์ต่างจาก Smart Watch ทั่วไปอยู่สักหน่อย แต่แค่เห็นยี่ห้อนาฬิกาก็วางใจในเรื่องคุณภาพได้   ดีไซน์ของ Casio Pro Trek WSD-F30 จะเหมือนนาฬิกาแบบปกติ หน้าปัดเป็นทรงกลม ตัวหน้าจอมี 2 ชั้น แบ่งเป็นจอแสดงผลหลัก OLED ขนาด 1.2 นิ้ว และจอแสดงผล LCD สำหรับแสดงเวลา รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับความกดอากาศ ระดับความสูง และเข็มทิศ ซึ่งหน้าจอของรุ่นนี้จะบางกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วย  สีของนาฬิกาก็มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีดำ น้ำเงิน และสีส้ม ส่วนฟีเจอร์เด่นๆ ของเจ้าตัวนี้ ก็จะมีเรื่องของโหมด Extend ที่ช่วยยืดความทนทานของแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้น แสดงผลเป็นสีขาวดำเท่านั้น และยังเป็นนาฬิกาที่กันน้ำ กันฝุ่น กันกระแทกอีกด้วย เรียกว่าความทนทานเต็มสิบไปเลยค่ะ  ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ก็มี GPS มาพร้อมระบบดาวน์โหลดแผนที่ล่วงหน้า เพื่อใช้ดูตำแหน่งของตัวเองแบบที่ไม่ต้องมีสัญญาณอินเทอร์เนต รวมถึงมีระบบเซนเซอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เซนเซอร์วัดความกดอากาศ, อัลติมิเตอร์ใช้ความสูง, บารอมิเตอร์ใช้ความกดอากาศ และเข็มทิศ หนุ่มสาวสายลุยน่าจะชื่นชอบกันไม่มากก็น้อยแน่ๆ

หากผู้อ่านท่านใดสนใจก็ลองหามาใช้กันดูนาคะ  มีหลายแบบหลายราคา หลายยี่ห้อ ค่ะ